[[ บทความที่น่าสนใจอื่นๆ ]]

[กฏเหล็กของคนที่อยากผอมด้วยมะนาว]

[พลังแห่งความคิด]

[ความสุข]

[สรรหามาฝากว่าด้วยคนมีเสน่ห์]

[เปลี่ยน 10 นิสัยรวยรับปีใหม่]

[ตัวการความอ้วนเฉพาะจุด]

[เวลาคุณเหนื่อยร่างกายกำลังบอกอะไร]

๐ [ภาพมายา]

๐ [ทำบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างไรให้สนุก]

๐ เมนูแนะนำจากต้นอ่อนทานตะวันงอก

๐ [กลับหน้าหลักนานาสาระ]

[กลับหน้าหลัก]
 

 

 

ลงทุนกับกองทุน LTF ช่วยลดหย่อนภาษี

 

           กองทุน LTF คืออะไร เป็นการระดมทุน เพื่อนำเงินที่เราลงทุนไปหมุนเวียนในตลาดหุ้น  โดยทางธนาคารหรือสถาบันการเงินจะเลือกกลุ่มหุ้นที่ดีเด่น มั่นคงและเติบโตดีให้ แล้วให้เราลงทุนในหุ้นของบริษัทเหล่านั้น  จากนั้นบริษัทเหล่านั้นก็จะดำเนินกิจการไปตามปกติ เมื่อผลการดำเนินการเกิดกำไร ก็จะมีการปันผลให้กับผู้ถือหุ้นเป็นรายหน่วย

 



     

หน่วย คืออะไร

     คือ ราคาหุ้น(NAV) ที่เราถือ  เช่น 1 หน่วยราคา 10 บาท หากเราซื้อ 10,000 บาท เราก็ถือครอง หุ้น 1000 หน่วย การปันผลของแต่ละกองทุนอาจปันผลปีละ 2 ครั้ง อันนี้แล้วแต่กองทุน หากจะลงทุนควรสอบถามด้วยว่าเขาปันผลกันกี่ครั้งช่วงเวลาใดบ้าง  ซึ่งการปันผลแต่ละครั้ง
จะมีผลตอบแทนเป็นรายหน่วย เช่น ปันผล 0.5 บาทต่อหน่วย หากเราชื้อไว้ 1,000 หน่วย ก็จะได้รับปันผล   0.5 X 1,000 = 500 บาท เป็นต้น  ครั้งที่สองการปันผลราคาหน่วยอาจปรับเป็น 0.6 บาท ต่อหน่วย ซึ่งผลตอบแทนที่ได้คือ 0.6 x 1,000 = 600 บาท เป็นต้น การปันผลเป็นผลตอบแทนที่เกิดขึ้นในแต่ละปี
ที่เราลงทุนซึ่งก็คล้ายกับดอกเบี้ยที่ได้จากการฝากเงินประจำแต่ผลตอบแทนสูงกว่า



            {ประโยชน์ที่สอง}

          
     ประโยชน์ที่ สองของการลงทุนกับกองทุน LTF ก็คือสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ เช่น กองทุนที่ผู้เขียนศึกษาสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 15% ของเงินลงทุนในปีนั้น เช่น ในปี 2558 เราลงทุนซื้อหุ้นจากกองทุน 100,000 บาท เราก็สามารถลดหย่อนภาษีได้ 15,000 บาท เป็นต้น
ปีต่อมา 2559 เราลงทุนซื้อหุ้น อีก 50,000 บาทเราก็สามารถลดหย่อนภาษีได้อีก 75,00  บาท  เป็นต้น

เช่น เดียวกันหากจะลงทุนควรสอบถามเกี่ยวด้วยว่าสามารถลดหย่อนภาษีได้กีเปอร์เซนต์จากเงิน
ที่ลงทุนทั้งหมด ซึ่งเมื่อถึงสิ้นปีก็จะมีจดหมายแจ้งยอดเงินในการลดหย่อนภาษีไปที่บ้าน
เหมือนกับที่ กบข ส่งมาให้เพื่อประกอบการยื่นลดหย่อนภาษี

 

            {ประโยชน์ที่สาม}

          
     ประโยชน์ที่ สาม ของการลงทุนคือเมื่อถือครองหุ้นจนครบกำหนดเวลา ซึ่งกองทุนที่ผู้เขียนศึกษาจะมีเวลาขั้นต่ำในการถือครองหุ้น 5 ปีปฏิทิน (คือนับปี พ.ศ. ไม่ได้นับปีเต็ม) เช่น  เริ่มชื้อ 2558,  2559, 2560, 2561, 2562 ก็ถือว่าครบปีปฏิทิน ก็สามารถเทขายหุ้นที่เราซื้อได้ โดยการขายหุ้นเราอาจได้กำไรจากการที่ราคาหุ้นที่เราซื้อมีการปรับตัวสูงขึ้น เช่น เดิมที่เราซื้อไว้ หุ้นราคา 10 บาทต่อหน่วย เราซื้อไว้ 1,000 หน่วย ในวงเงิน 10,000 บาท เมื่อเวลาผ่านไป 5 ปีราคาหุ้นที่เราถือครองอาจปรับขึ้นเป็น 20 บาทต่อหน่วย ราคาขายที่เราจะได้รับ คือ 1,000 x 20 = 20,000 บาท นั่นคือกำไรที่ได้ ในต่อที่ 3 จากการลงทุนกับกองทุน LTF

     ซึ่งหากเมื่อถือครองครบห้าปีเราไม่ขาย จะถือครองไปเรื่อยๆก็ได้ยิ่งถือครองนานราคาหุ้นที่เราถือก็ยิ่งปรับราคาสูงขึ้น เหมาะมากสำหรับการออมเงินระยะยาวเพื่อลูกหลาน รวมถึงการมีเงินเก็บเงินก้อนไว้ใช้ในวัยเกษียณ อายุ

 

            หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนข้าราชการ โดยเฉพาะวิชาชีพครูซึ่งเป็นผู้ร่วมวิชาชีพเดียวกันที่กำลังหาช่องทางในการออมเงินระยาวเพื่อลูกหลาน และ เพื่อตนเองในวัยเกษียณ ที่ มีรูปที่แตกต่างไปจากรูปแบบเดิมๆ ที่เรารู้จัก คือ ออมกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่เน้นไปที่นโยบายการยืมมากกว่า การออม และเมื่อลงทุนไปแล้วแต่ละปี ไม่ค่อยได้รับเงินปันผลเนื่องจากต้องจ่ายค่าประกันชีวิต นั้น โน่นนี้ และ อื่นๆอีกมากมาย จะออกก็ไม่ได้ต้องรอใช้หนี้ครบก่อน แถมดีไม่ดีต้องรับ กรรมจ่ายเงินแทนคนอื่น จากหนี้ที่เราไม่ได้ก่อ  ด้วย แต่เราต้องฝึกและมีวินัยในการออมอย่างเสมอต้นเสมอปลายและต้องแบ่งเงิน
ที่จะใช้เงินที่จะออม ระยะสั้นระยาวให้ชัดเจน

 

            {สนใจลงทุนต้องทำอย่างไร}

1) ศึกษาข้อมูลการลงทุนอาจสืบค้นจากเวบไซต์ถึงรูปแบบและข้อมูลกองทุนจากอินเตอร์เน็ต
2) เลือกแพ็คเก็จของธนาคารที่เราสนใจ ส่วนใหญ่จะเลือกจากธนาคารที่มีสาขาที่ตั้งที่อยู่ใกล้บ้านเนื่องจากต้องเข้าไปขอคำปรึกษา และ ต้องนำเงินไปฝากเพื่อชื้อกองทุน
3) เดินทางไปติดต่อสอบถามธนาคารที่เราจะลงทุนด้วยเลือกแพ็คเก็จและกองทุน
4) จากนั้นเปิดบัญชีกองทุนและก็ชื้อหุ้นเพื่อเก็บออมได้เลยจ้า


 




บทความดีดีจาก
ครูนันทนา สำเภา
Webmaster NaNa-Bio.com